วันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2549
เกมขี่ม้า (แต่ไม่ส่งเมือง)
ไม่ยุติธรรม คือสัจธรรม (จริงหรือ?)
Hey! That's My Fish! (ปลาข้าใครอย่าแตะ!)

กับ FOR SALE (ค้นหาสุดยอดนักประมูล)


ซึ่งสองเกมส์หลังนี้จะมีความแตกต่างกับ Saboteur ตรงที่เป็นเกมแนววางแผนแบบ 100 % ไม่มีการเสี่ยงดวงกับ resource ใดๆ ทั้งนั้น ทุกอย่างเริ่มต้นเท่าเทียมกัน แล้ววัดกันด้วยใจ กับสมองเพียวๆ จึงไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดให้ลุ้น ให้หวัง หรือไม่มีการพลิกล็อคนั่นเอง พอเล่นติดกันทั้งสองเกมส์ เล่นเอารู้สึกปวดหัวไปเลย (สงสัยบริหารสมองน้อยไปหน่อย) โดยเฉพาะ Hey! That's My Fish! ที่อารมณ์เหมือนเล่นหมากรุกกับคน 3 คนพร้อมกัน เลยทำให้เข้าใจว่าการที่เกมส์ส่วนใหญ่ที่มักจะมีส่วนใดส่วนหนึ่งในเกมเป็นการสุ่ม วัดดวงนั้นช่วยให้สนุกกับการลุ้น ทำให้เกมไม่เครียดเกินไป และเป็นการให้โอกาสกับคนที่ตกเป็นรองสามารถพลิกสถานการณ์ขึ้นมาได้นั่นเอง เพราะจะให้วัดไอคิวกันอย่างเดียว คนไอคิวไม่ดีก็ไม่มีลุ้นแล้วจะทำให้หมดสนุกจนไม่อยากกลับมาเล่นอีกเลย หรือเป็นการทำให้ความไม่ยุติธรรมของพันธุกรรมและไอคิวที่ติดตัวมาหมดไปด้วยการวัดดวงแทนนั่นเอง
...คนเราแข่งอะไรก็แข่งได้ แต่แข่งบุญ แข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้....?
คำถามโลกแตก : แล้วความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?
คำตอบ (มั้ง) : อยู่ที่มุมมอง
วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2549
Saboteur

เกมนี้ผู้เล่นจะเล่นเป็นคนขุดทอง ทำการขุดไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ แต่จะมีการแบ่งคุณค่าความเป็น "ฅน" ไว้ในตอนเริ่ม ซึ่งนั่นทำให้แต่ละ "ฅน" มีจุดหมายต่างกัน
Players 3-10 ฅน
Objectives หลักๆ ซึ่งเป็นรูปธรรมก็คือ "ทอง" ...แต่หลายฅนแสวงหานามธรรม นั่นคือการได้เป็นฅนดี สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ ไปถึงจุดหมาย หรือการได้หลอกลวง ทรยศ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ขัดแข้งขัดขาผู้อื่น (อย่างหลังรู้สึกจะสะใจสุด)
Procedure ทุกอย่างจะอยู่ในรูปของการ์ด เริ่มต้นจะทำการวางการ์ด 4 ใบไว้ คือ จุดเริ่มต้น และจุดหมายอีก 3 ใบ ผู้เล่นทุกฅนจะได้รับแจกการ์ดเท่าๆ กัน ทุกครั้งที่ถึงตาของตนจะต้องทำการทิ้งการ์ด หากไม่มีการ์ดที่สามารถใช้งานได้ ก็ต้องเลือกทิ้งการ์ดไปเลย แล้วทำการจั่วใบใหม่ขึ้นมา การ์ดที่ถูกทิ้งไปแล้วจะทิ้งไปเลย ไม่มีการกลับเข้ากอง หากการ์ดในกองถูกจั่วหมดแล้วไม่มีคนสามารถลงการ์ดใช้งานได้ จนทิ้งการ์ดกันหมดแล้ว เกมจบ...
Rules เมื่อขุดเส้นทางไปยังจุดหมายใบใดใบหนึ่งจาก 3 ใบได้ จบเกม แล้วจึงดูว่าจุดหมายที่ไปถึงเป็น "ทอง" หรือ "เศษหิน" หากเป็น "ทอง" นักขุดทองฅนดีทั้งหลาย ชนะ แต่หากเป็น "เศษหิน" นักขุดทองฅนเลว ชนะ ผู้ชนะจะได้ "ทอง" ไปครอบครอง ฅนดีที่เป็นฅนต่อทางไปถึง สำเร็จจะได้ "ทอง" มากที่สุด ที่เหลือก็จับฉลาก ส่วนฅนเลวจะได้เท่าๆ กัน
Resources เริ่มต้นคือการ์ดบ่งบอกชาติวรรณะที่จะได้รับคนละใบ ว่าจะเป็น ฅนดี หรือ ฅนเลว ซึ่งเป็นตัวกำหนดจุดมุ่งหมายในการเล่น โดย ฅนเลว จะถูกกำหนดให้มีจำนวนน้อยกว่า หลังจากนั้นจะได้รับแจกการ์ดเท่าๆ กัน โดยมีประเภทของการ์ดดังต่อไปนี้

- แผนที่ ใช้เปิดดูการ์ดจุดหมายใบใดใบหนึ่งจาก 3 ใบ โดยดูได้เพียงเจ้าของการ์ดแผนที่เท่านั้น ดูเสร็จแล้วคว่ำไว้เหมือนเดิม ห้ามบอกผู้อื่น
- เส้นทาง ใช้ต่อเส้นทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย โดยมีรูปแบบเส้นทางหลากหลาย ทั้งทางตรง ทางแยก ทางตัน เป็นรูปต่างๆ เส้นทางจะต่อกันได้ต้องเป็นเส้นทางที่เชื่อมกับเส้นทางโดยรอบได้สมบูรณ์เท่านั้น การวางเส้นทางไม่จำเป็นต้องวางต่อกัน สามารถวางในตำแหน่งล่วงหน้าไว้ก่อนก็ได้
- ระเบิด ใช้ทำลาย เส้นทาง ที่วางอยู่ใบใดก็ได้ 1 ใบ
- อุปกรณ์ชำรุด ใช้วางไว้หน้าผู้เล่นที่ต้องการ ทำให้ผู้เล่นนั้นไม่สามารถใช้ เส้นทาง ได้ จนกว่าจะมีฅนใช้การ์ด อุปกรณ์สมบูรณ์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันหรือมากกว่ามาหักล้างกันไป
- อุปกรณ์สมบูรณ์ ใช้หักล้างกับ อุปกรณ์ชำรุด โดยต้องเป็นรูปอุปกรณ์ที่ตรงกันหรือมากกว่า
Boundarie เล่นบนพื้นเรียบอะไรก็ได้ที่มีพื้นที่พอสำหรับวางการ์ดต่อกันเป็นแนวนอน 9 ใบ และแนวตั้ง 5 ใบ พร้อมกองสำหรับจั่วและทิ้ง
Outcomes จำนวน "ทอง" ที่ได้รับจากการการเล่นหลายรอบ ใครมีจำนวนมากสุด ชนะ แต่บางฅนต้องการแค่ชนะใจตนเองที่ได้หักหลัง ทรยศ กลั่นแกล้ง เหล่าผองเพื่อน ก็เพียงพอแก่การทำให้นอนหลับฝันดีแล้ว
นี่เป็นหนึ่งเกมที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "ทำลายง่ายกว่าสร้างสรรค์" ได้อย่างชัดเจนมาก แต่ก็ทำให้รู้ได้ถึงคุณค่าของความพยายาม สามัคคีจนสำเร็จชัดเจนเช่นกัน
ปล. "นะโม ขอให้รอบนี้ตูเป็นฅนเลว!"
"อาจารย์จะตายภายใน 3 วินาที!!!" (เกมส์ไอเดีย)
เริ่มมาให้นักเรียนแต่ละคนจับฉลากท่า่ทางที่ไม่ซ้ำกัน และในขณะที่อาจารย์ตวงสอน จะต้องพยายามหลอกให้อาจารย์ตวงทำท่าที่กำหนดให้ได้ เช่น ...

แต่ถ้าหากเริ่มทำการหลอกแล้วอาจารย์ยังไม่ทำตามใน 3 วินาที นักเรียนคนนั้นตายทันทีและต้องออกจากเกมไป นั่นหมายความว่าไม่อาจารย์ก็นักเรียน ใครคนใดคนหนึ่งต้องตายใน 3 วินาทีแน่นอน
Outcome นักเรียนคนไหนฆ่าอาจารย์ได้ คนนั้นไม่ต้องทำการบ้าน 1 อาทิตย์ (เย้!!!) ส่วนพวกที่แพ้ต้องลงขันกันเลี้ยงหนมอาจารย์ตวง 555 (อาจารย์จะได้มีแรงจูงใจในการเล่น)
เกมนี้จะเล่นได้เมื่ออาจารย์ตวงทำการสอนเท่านั้น จะเล่นที่ไหนก็ได้ที่อาจารย์ตวงสอนอยู่ แต่เมื่อเริ่มแล้ว มีเวลาปฏิบัติภารกิจแค่ 3 วินาทีเท่านั้นนะ
...จะให้มีการฆ่ากันเองได้ แล้วยึดท่าของคนที่ฆ่าได้มาเป็นของตัวเองด้วยดีไหมหว่า?
วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2549
รหัสลับ ลับสมอง
"ห่างๆ ห่างๆ ก็บอกว่าห่าง!!!"
อยากให้เกมออกมาตลกขบขัน กวนเส้นเล็กน้อย อารมณ์คุโรมาตี้ก็ไม่เลว (อย่างหลังสงสัยได้ขว้างเกมทิ้งแน่ๆ แต่ถ้าจะมันส์แฮะ)
วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2549
เกมนี้ ไม่น่าเล่นมันเล้ย! (เหล้าเก่าเล่าใหม่)
กาลครั้งหนึ่ง สมัยข้าพเจ้ายังบริสุทธิ์ไร้เดียงสา พระมารดาทรงเมตตาซื้อเครื่องเกมแฟมิคอมให้ ข้าพเจ้าซาบซึ้งใจเป็นยิ่งนัก จึงทดแทนคุณด้วยการเล่นเกมทั้งวันทั้งคืน ไม่สนใจการเรียน เอาให้คุ้มกับเงินที่พระมารดาเสียไป วันๆ เอาแต่นั่งเล่นเกม นั่งก็เล่น กินก็เล่น นอนก็เล่น ในฝันยังเล่น สมเป็นลูกกตัญญูยิ่งนัก (...)
เกมแรกที่ข้าพเจ้าประสพพบเจอนั้นช่างติดตราตรึงใจ เปรียบได้กับรักแรกพบก็มิปาน
"อา..หลงรักเข้าซะแล้ว......ท่านมาริโอ้!!!"
หนวดของเขาช่างงามสง่า รูปร่างสัดส่วนช่างสมบูรณ์เย้ายวนชวนพิศมัยเสียนี่กระไร ข้าพเจ้าต้องบังคับท่านลุงโดดไปโดดมาตะลุยผ่านฉากต่างๆ มากมาย จนในที่สุด! ในที่สุด! อีกนิดเดียวท่านลุงก็จะสามารถช่วยเจ้าหญิงได้แล้ว เพียงแค่กระโดดเหยียบหัวเต่ายักษ์หน้าตาโง่ๆ (แต่เล่นเอาเกือบตาย) นั่นได้อีกทีเดียวเท่านั้น ฉากจบอันสดใสและสุดซึ้งกำลังรอข้าพเจ้าอยู่!
จังหวะนี้แหละ! โดดเลยท่านลุงหนวด!
"ดึ๋ง!"
แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ม...มั...น กระ กร...ะ กระๆๆ ตุกๆๆ ตุก ตุก แล้..ว มั..นก็
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
"..."
".......!"

แล้วข้าพเจ้าก็ทำได้แค่นั่งอึ้งๆ นิ่งๆ พร้อมกับพบว่า หลายชั่วโมงที่เสียเวลาเล่นมานั้นสูญเปล่าไปแล้วเรียบร้อย... แถมยังโดนพระมารดายึดเครื่อง เนื่องจากทดแทนคุณหนักไปหน่อยอีก
ความรักของข้าพเจ้ากับท่านลุงจึงจบลงโดยไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันใหม่เช่นนี้แล...
"แฟมิคอม! ท่านลุง! คัมแบ็คคคคคคคค!!!!!"
1000 Play Thinks

หนังสือรวบรวมเหล่าเกมส์ที่มีกติกาง่ายๆ แต่ชวนหัวบวมเกือบทุกเกม เหมาะแก่การบริหารเซลล์สมองให้ไอคิวเพิ่มพูนยิ่งนัก
แต่ละเกมจะมีการแบ่งเลเวลคละกันไปทุกหน้า สูงสุดอยู่ที่เลเวล 10 ยิ่งเลเวลมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ กลศาสตร์ ฯลฯ มากเท่านั้น ตอนพิมพ์นี่ก็นึกอยู่เหมือนกันว่าเกมที่ยากสุดในเล่มนี้ตูต้องรู้เรื่องทฤษฎีสัมพันธภาพมั๊ยเนี่ยถึงจะคิดออก
เกมส์ในหนังสือมีความหลากหลายมากทั้งกติกาและวิธีการเล่น มีทั้งเล่นคนเดียวคิดคนเดียว หรือต้องเล่นกับเพื่อน มีหมด แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือไม่ว่าใครมาเล่น ล้วนต้องเป็นโรคสมองบวมทุกคน (ชื่อหนังสือเขาก็บอกอยู่แล้ว "คิด" น่ะ "คิด" แต่ไม่ต้อง "คิดไป เคี้ยวไป" นะ) แต่ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวได้หรือต้องเล่นหลายคนก็ตาม "หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว"
สิ่งที่ทำให้เล่นได้สนุกก็คือ "คิดออกแล้ว!!!" (ตอนพูดน่ะง่าย แต่กว่าจะพูดได้นี่สิ บางทีอาจมีการพูดแล้วต้องถอนคำพูดด้วยซ้ำ) และในทางตรงกัน สิ่งที่ทำให้เล่นแล้วไม่จอย ก็คือ "คิดไม่ออกว้อย!!!" ซึ่งอย่างหลังจะพบได้บ่อยกว่า ซึ่งต้องยกความดีให้หนังสือที่มีเฉลยให้ด้านหลัง ไม่งั้นแทนที่ไอคิวจะพัฒนา อาจกลายเป็นอีคิวลดลงจากอาการจิตตกแทน (แต่เฉลยบางอันดูแล้วเล่นเอาจิตตกมากกว่าเดิม)
