วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2549

รหัสลับ ลับสมอง

เป็นเกมฝึกถอดรหัสรูปแบบต่างๆ เช่นแปลคำพูดของคนต่างชาติที่ พูกไม่ชัก ให้ออก หรือสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวให้รู้เรื่องด้วยภาษาท่าทางเป็นต้น เน้นให้ดูกวนๆ ขำๆ อย่างใครได้ดูหนังเรื่อง เก๋า เก๋า รหัสเด็ดก็คือ

"ห่างๆ ห่างๆ ก็บอกว่าห่าง!!!"

อยากให้เกมออกมาตลกขบขัน กวนเส้นเล็กน้อย อารมณ์คุโรมาตี้ก็ไม่เลว (อย่างหลังสงสัยได้ขว้างเกมทิ้งแน่ๆ แต่ถ้าจะมันส์แฮะ)

วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2549

เกมนี้ ไม่น่าเล่นมันเล้ย! (เหล้าเก่าเล่าใหม่)

กำลังงงกับการบ้าน story telling ไม่รู้จะเล่ายังไงดี เลยลองเอาของเก่ามา reuse

กาลครั้งหนึ่ง สมัยข้าพเจ้ายังบริสุทธิ์ไร้เดียงสา พระมารดาทรงเมตตาซื้อเครื่องเกมแฟมิคอมให้ ข้าพเจ้าซาบซึ้งใจเป็นยิ่งนัก จึงทดแทนคุณด้วยการเล่นเกมทั้งวันทั้งคืน ไม่สนใจการเรียน เอาให้คุ้มกับเงินที่พระมารดาเสียไป วันๆ เอาแต่นั่งเล่นเกม นั่งก็เล่น กินก็เล่น นอนก็เล่น ในฝันยังเล่น สมเป็นลูกกตัญญูยิ่งนัก (...)

เกมแรกที่ข้าพเจ้าประสพพบเจอนั้นช่างติดตราตรึงใจ เปรียบได้กับรักแรกพบก็มิปาน

"อา..หลงรักเข้าซะแล้ว......ท่านมาริโอ้!!!"

หนวดของเขาช่างงามสง่า รูปร่างสัดส่วนช่างสมบูรณ์เย้ายวนชวนพิศมัยเสียนี่กระไร ข้าพเจ้าต้องบังคับท่านลุงโดดไปโดดมาตะลุยผ่านฉากต่างๆ มากมาย จนในที่สุด! ในที่สุด! อีกนิดเดียวท่านลุงก็จะสามารถช่วยเจ้าหญิงได้แล้ว เพียงแค่กระโดดเหยียบหัวเต่ายักษ์หน้าตาโง่ๆ (แต่เล่นเอาเกือบตาย) นั่นได้อีกทีเดียวเท่านั้น ฉากจบอันสดใสและสุดซึ้งกำลังรอข้าพเจ้าอยู่!

จังหวะนี้แหละ! โดดเลยท่านลุงหนวด!

"ดึ๋ง!"

แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ม...มั...น กระ กร...ะ กระๆๆ ตุกๆๆ ตุก ตุก แล้..ว มั..นก็
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

"..."
".......!"


แล้วข้าพเจ้าก็ทำได้แค่นั่งอึ้งๆ นิ่งๆ พร้อมกับพบว่า หลายชั่วโมงที่เสียเวลาเล่นมานั้นสูญเปล่าไปแล้วเรียบร้อย... แถมยังโดนพระมารดายึดเครื่อง เนื่องจากทดแทนคุณหนักไปหน่อยอีก

ความรักของข้าพเจ้ากับท่านลุงจึงจบลงโดยไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันใหม่เช่นนี้แล...

"แฟมิคอม! ท่านลุง! คัมแบ็คคคคคคคค!!!!!"

1000 Play Thinks

เกมส์กล คนสมองโต!


หนังสือรวบรวมเหล่าเกมส์ที่มีกติกาง่ายๆ แต่ชวนหัวบวมเกือบทุกเกม เหมาะแก่การบริหารเซลล์สมองให้ไอคิวเพิ่มพูนยิ่งนัก

แต่ละเกมจะมีการแบ่งเลเวลคละกันไปทุกหน้า สูงสุดอยู่ที่เลเวล 10 ยิ่งเลเวลมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ กลศาสตร์ ฯลฯ มากเท่านั้น ตอนพิมพ์นี่ก็นึกอยู่เหมือนกันว่าเกมที่ยากสุดในเล่มนี้ตูต้องรู้เรื่องทฤษฎีสัมพันธภาพมั๊ยเนี่ยถึงจะคิดออก

เกมส์ในหนังสือมีความหลากหลายมากทั้งกติกาและวิธีการเล่น มีทั้งเล่นคนเดียวคิดคนเดียว หรือต้องเล่นกับเพื่อน มีหมด แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือไม่ว่าใครมาเล่น ล้วนต้องเป็นโรคสมองบวมทุกคน (ชื่อหนังสือเขาก็บอกอยู่แล้ว "คิด" น่ะ "คิด" แต่ไม่ต้อง "คิดไป เคี้ยวไป" นะ) แต่ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวได้หรือต้องเล่นหลายคนก็ตาม "หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว"

สิ่งที่ทำให้เล่นได้สนุกก็คือ "คิดออกแล้ว!!!" (ตอนพูดน่ะง่าย แต่กว่าจะพูดได้นี่สิ บางทีอาจมีการพูดแล้วต้องถอนคำพูดด้วยซ้ำ) และในทางตรงกัน สิ่งที่ทำให้เล่นแล้วไม่จอย ก็คือ "คิดไม่ออกว้อย!!!" ซึ่งอย่างหลังจะพบได้บ่อยกว่า ซึ่งต้องยกความดีให้หนังสือที่มีเฉลยให้ด้านหลัง ไม่งั้นแทนที่ไอคิวจะพัฒนา อาจกลายเป็นอีคิวลดลงจากอาการจิตตกแทน (แต่เฉลยบางอันดูแล้วเล่นเอาจิตตกมากกว่าเดิม)